The Weekend Away จู่ๆ เพื่อนรักกลายเป็นศพ

รีวิวหนังNetflix The Weekend Away เป็นหนังทริลเลอร์ที่ตั้งใจจะให้ผู้ชมเดาว่าตัวละครในหนังเรื่องนี้ ใครกันแน่จะเป็นฆาตกรลงมือสังหารเคต ซึ่งตัวละครแต่ละตัวก็มี…

The Weekend Away (2022) - IMDb

 สิ่งที่สำคัญและน่าสนใจมากเมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและเผยปมบางอย่างของตัวละครออกมา หนังก็เลือกที่จะเล่นกับประเด็น “รู้หน้าไม่รู้ใจ” ได้อย่างน่าสนใจ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน คนแปลกหน้า คนในครอบครัว ได้กลับกลายเป็นภัยใกล้ตัว แต่สำหรับบางคนที่เคยผ่านเรื่องราวอันเลวร้ายในอดีตมา กลับพยายามช่วยเหลือคนที่ตัวเองจะรู้จักมักจี่ได้ไม่นาน นั่นอาจจะเป็นเพราะเพื่อไถ่บาปและพยายามแก้ไขสิ่งที่ตัวละครนั้นไม่อาจจะหวนย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้แล้ว

The Weekend Away

 เรื่องย่อ The Weekend Away เรื่องราวของเพื่อนรักสาวสวยสองคน ได้แก่ เบธ (เลห์ตัน มีสเตอร์) และ เคต ทอมป์สัน (คริสติน่า วูล์ฟ) โดยที่ เบธ เป็นแม่ลูกอ่อนที่พึ่งจะแต่งงานมาได้ไม่นานนัก และเบื่อกับการที่ต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านไปวันๆ เธอจึงตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเที่ยววันหยุดพักร้อนกับเคตที่ประเทศโครเอเชีย ซึ่งเคต เพื่อนรักของเธอก็กำลังเบื่อๆพอดี เพราะเธอพึ่งหย่าขาดจากสามีมาได้ไม่นาน ทั้งคู่จึงตัดสินใจไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน เมื่อทั้งคู่มาเจอกันที่โครเอเชีย ทั้งคู่ก็ทำการจองที่พัก โดยเลือกเข้าพักที่แมนชั่นสุดหรูริมแม่น้ำ ซึ่งมีเจ้าของที่พักเป็นหนุ่มเนิร์ดที่ไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่นัก และเมื่อตกกลางคืน เคตที่พึ่งหย่ากับสามีและเบื่อกับชีวิต จึงชวนเคธออกไปเที่ยวปาร์ตี้ แฮงก์เอาท์กันให้สุดเหวี่ยง แม้ว่าเคธจะไม่อยากออกไป แต่สุดท้ายก็ต้องยอมและออกไปกับเคต และเมื่อเดินทางไปถึงไนต์คลับ ทั้งคู่ก็ได้เจอกับหนุ่มหล่อสองคน และเคตก็ยุให้เบธไปนั่งดื่มกินกับหนุ่มสองคนนี้ จนสุดท้ายค่ำคืนนี้จบด้วยการที่ เบธเมาจนภาพตัด เพราะเธอไม่ค่อยได้ดื่มจึงดื่มไม่เก่งมากนัก

     แต่เมื่อเธอตื่นเช้าขึ้นมาในห้องพักที่เช่าไว้ กลับพบว่าเพื่อนรักของเธอ เคต ไม่ได้อยู่ที่ห้อง และเธอยังพบกับแก้วที่แตกอยู่บนพื้นห้อง และรอยเลือด เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปหาตำรวจท่องเที่ยวและขอความช่วยเหลือว่าเพื่อนเธอหายไป แต่ตำรวจกลับคิดว่าเคตคงจะเมามากและเมาหลับอยู่ที่ไหนซักแห่ง เพราะยังไม่หายตัวไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตำรวจจึงไม่รับแจ้งความ แต่เบธไม่เชื่ออย่างนั้น เธอคิดว่าต้องเกิดอะไรไม่ดีกับเพื่อนรักของเธอแน่ๆ เธอจึงเริ่มตัดสินใจตามหาเพื่อนของเธอด้วยตัวเอง บทสรุปจะเป็นอย่างไร และเบธจะตามหาเคตเจอหรือไม่

The Weekend Away

       เรื่องราวของ 2 เพื่อนรัก เคต กับ เบ็ธ ที่รู้จักและสนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็ก และวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่พวกเธอตั้งตารอนั้นในปีนี้ได้เดินทางไปเยือนโครเอเชียเป็นครั้งแรก และทุกอย่างก็จะราบรื่นสมบูรณ์แบบดี กระทั่งผ่านค่ำคืนอันแสนสนุกสุดเหวี่ยง เบ็ธ ตื่นขึ้นมาพบว่าเพื่อนรักหายไป มีเพียงความทรงจำอันเลือนลาง ก่อนที่เธอจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมเพื่อนตัวเอง ทำให้เธอต้องแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาความจริงและเปิดโปงความลับที่ซ่อนงำอยู่ในเมืองนี้ 

      อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าหนังดัดแปลงมาจากนิยายขายดีของ ‘ซาราห์ แอลเดอร์สัน’ แน่นอนว่าโครงเรื่องเป็นสูตรสำเร็จของนิยายแนวนี้ นั่นก็คือ…อย่าไว้วางใจใครสักคนเดียว หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาแบบดูไม่ยาก เพราะค่อยๆ ทิ้งปมและทิ้งปริศนาในตัวละครต่างๆ เอาไว้ได้อย่างไม่ค่อยแยบยลสักเท่าไหร่ ทำให้เราได้เห็นชัดๆ ว่าใครบ้างที่น่าสงสัย

The Weekend Away

      หนังเป็นผลงานของผู้กำกับ “คิม ฟาร์แรนต์” (จาก Strangerland) ที่่น่าเสียดาย ความ ซ้ำซากของหนังไม่ได้ช่วยทำให้หนังรู้สึกสนุกและบันเทิงขึ้นได้สักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมีจังหวะและบรรยากาศที่ชวนลุ้นระทึกอยู่เรื่อยๆ แต่หนังยังค่อนข้างเป็นแนวสืบสวนสอบสวนที่ลุ้นแบบน่าเบื่อ ความพยายามของหนังเรื่องนี้มีค่อนข้างเยอะมาก จนบางครั้งก็เป็นความพยายามที่เยอะเกินไป กลายเป็นความทับซ้อนๆ ผสมเงื่อนงำที่คลี่คลายออกมาได้อย่างไม่น่าจดจำ

นักแสดง เบธ (เลห์ตัน มีสเตอร์) คุณแม่มือใหม่ที่อยากจะพักร้อนกับชีวิตครอบครัวที่ต้องอยู่เลี้ยงลูกทุกวี่วัน เธอจึงตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากลอนดอนสู่โครเอเชีย ไปพบกับเพื่อนสนิทสุดจี๊ดอย่างเคต ทอมป์สัน (คริสติน่า วูล์ฟ) โดยทั้งคู่ได้ตัดสินใจเช่าที่พักจาก  BNB เป็นแมนชั่นที่อยู่ติดวิวริมน้ำ โดยมีเจ้าของที่พักเป็นหนุ่มเนิร์ด

The Weekend Away

สรุป The Weekend Away หนังเรื่องนี้ทำออกมาใช้ได้ แม้ว่าจะไม่ถึงกับดีแบบยกนิ้ว แต่ก็ดูสนุกๆเพลินๆฆ่าเวลาในตอนที่ว่างๆได้ ทั้งบท การดำเนินเรื่อง การแสดง งานภาพ เสื้อผ้าหน้าผม โทนสีของภาพ เสียงประกอบ โลเคชั่น และการโปรดักชั่นต่างๆ ทั้งหมดทำออกมาได้ดีตามมาตรฐาน ไม่ดีและไม่แย่ อยู่แค่กลางๆ แม้ว่าการดำเนินเรื่องจะน่าติดตามก็จริง แต่เพราะบทที่ไม่ได้เข้มข้น หรือมีรายละเอียดให้เราได้เหวอมากนัก การหักมุมที่พอเดาได้ ไม่ถึงกับหักจนคนดูอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับง่ายดายจนดูถูกคนดู เลยทำให้ความรู้สึกตอนดูจบมันจืดๆไปนิด ผมมองว่าในส่วนอื่นๆของหนังเรื่องนี้ทำได้ดีหมดแล้ว ติดแค่ส่วนบท ที่ถ้าหากทำบทให้ลึกซึ้งกว่านี้ มีจุดหักมุมที่เกินคาด จะทำให้หนังเรื่องนี้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกมากเลย เพราะหนังแนวนี้บทเป็นเหมือนสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว แต่เรื่องนี้ดันไปไม่สุดเลยอยู่ได้แค่ระดับหนังกลางๆทั่วไป

บทความอื่นๆ