Doctor Strange in the Multiverse of Madness (2022) จอมเวทย์มหากาฬ ในมัลติเวิร์สมหาภัย

Doctor Strange in the Multiverse of Madness สร้างจากตัวละคร ดอกเตอร์สเตรนจ์ ของ มาร์เวลคอมิกส์ ภาพยนตร์สร้างโดย มาร์เวลสตูดิโอส์ ภาพยนตร์ภาคต่อของ จอมเวทย์มหากาฬ (2016) ที่เดินเรื่องหลังจาก สไปเดอร์แมน โนเวย์โฮม และ วันด้าวิสชั่น เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 5 ของ เฟส 4 กำกับโดย แซม ไรมี ผู้กำกับหนังสยองขวัญเกรดบีชั้นยอดอย่าง ผีอมตะ และไตรภาคสไปเดอร์แมนของโทบี้ แม็คไกวร์ ที่ขอกลับมาจับงานฮีโร่อีกครั้งหลังวนเวียนกับการเป็นโปรดิวเซอร์มานาน ดูหนัง Doctor Strange in the Multiverse of Madness (2022) จอมเวทย์มหากาฬ ในมัลติเวิร์สมหาภัย

เรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ใน No Way Home ไม่กี่เดือน สตีเฟ่น สเตรนจ์ จอมเวทย์ผู้สามารถหยุดยั้งการล้างจักรวาลและคืนสันติสุขจากธานอส ได้เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความต้องการของตัวเองหลังคนเคยรักอย่าง คริสทีน ได้แต่งงานใหม่หลังเขาโดนกวาดล้างไปกว่า 5 ปี เขาได้ค้นพบว่าชีวิตของเขานั้นไม่ได้มีแค่หนึ่งเดียว การมาของอเมริกา ชาเวซ เด็กสาวปริศนาผู้มีพลังอันมหัศจรรย์ที่ดึงดูดให้มารร้ายหมายมั่นจะชิงพลังมาจากเธอและคุกคามโลกนี้ สตีเฟ่นจึงต้องขอความร่วมมือจากวันด้า แม็กซิมอฟ ผู้ที่เคยสร้างปัญหาไว้ในอดีตและหนีมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แต่ทว่ามันอาจจะสายเกินไปแล้ว เมื่อภัยร้ายต่าง ๆ ได้ถาโถม สตีเฟ่นต้องเดินทางข้ามจักรวาลไปกับวันด้า เพื่อหยุดยั้งมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่อาจทำลายล้างพหุจักรวาล ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากตัวของพวกเขาเอง แต่มันจะต้องแลกมาด้วยสิ่งไหนเพื่อปกป้องสิ่งที่พวกเขารัก น้ำหนักของความต้องการและความถูกต้อง อาจทำให้สายสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวที่สุดของเขาต้องขาดสะบั้น และอาจผลักดันให้สตีเฟ่นทำสิ่งที่จุดจบคือ ผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงเกินกว่าจะจินตนาการ

ภาพรวมการเดินเรื่องของหนังเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นสไตล์มาร์เวล ไม่มีการปูอะไรให้เลย นอกซะจากพูดเปรย ๆ ที่น่าจะพอทำให้คนนอกเข้าใจเนื้อเรื่อง แต่คงไม่เข้าถึงตัวละครหรือแรงจูงใจอะไรที่่มันถูกปูมานานแล้ว ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้ดูซีรีส์หรือหนังมาก่อน ช่วงแรกค่อนข้างเดินเรื่องไว รวบรัดและเน้นฉากบู๊อลังการแบบที่เราเห็นกันจนแอบคิดว่ามันก็ซ้ำ ๆ แบบหนังเรื่องก่อน ๆ หนังเทิร์นตัวเองจากหนังฮีโร่กลายเป็นหนังระทึกขวัญจิตวิทยาทางตัวละคร แถมมีความสยองขวัญไปแต่นั่นเองที่เป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้บทค่อนข้างโหวงเมื่อเทียบกับหนังมาร์เวลเรื่องที่ผ่านมา หนังเลือกจะประเคนทุกอย่างตามคอนเซปต์ผสมกับมุกตลกสไตล์ผู้กำกับแซมไรมี่ และฉากโหดเลือดสาดที่มากกว่าหนังทุกเรื่องของมาร์เวลแบบไม่ใช่เรต R ทำให้แฟนแกอมยิ้มได้

โดยสรุปภาพยนตร์มาร์เวลกลิ่นอายหนังสยองขวัญแบบผีอมตะกับหนังจอมเวทย์พลังเวอร์วัง มันบันเทิง ตลก สยองขวัญ ชวนเหวอและสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ด้วยความที่หนังมันสั้นเกินไปเนี่ยแหละที่ทำให้ช่องโหว่ของบทมันเยอะ ทั้งน้ำหนักของเรื่องราว บทที่รวบรัด และบทสรุปที่ออกจะดื้อ ๆ จนพูดไม่ไ่ด้เต็มปากหรอกว่าดีมากตามที่หนังวิจารณ์ แต่ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ถ้าเป็นแฟนมาร์เวลที่ตามมาตลอดก็ห้ามพลาด

บทความอื่นๆ