รีวิว The Glory (2022) การแก้แค้นเชือดนิ่มลิ้มรสความเจ็บปวด

รีวิว The Glory (2022) การแก้แค้นเชือดนิ่มลิ้มรสความเจ็บปวด บน Netflix

ซีรีส์แห่งปี 2022 ซีรีส์ล้างแค้นสุดเข้มข้นที่ได้นักแสดงฝีมือดีอย่างซงฮเยคโยมารับบทตัวเอกคู่กับลีโดฮยอน แถมได้ตัวร้ายสุดจิ๊ดอย่างอิมจียอนเข้ามาช่วยให้เรื่องราวชวนน่าติดตามมากกว่าเดิม ดูต่อเนื่องจนลืมเวลาไปเลย เป็นซีรีส์เรื่องแรกของปีที่ดูจนจบและค้างคาใจมากที่มากที่สุด

Theglory

เรื่องราวความรุนแรงช่วงมัธยมผ่านตัวละครเอกอย่าง “มุนดงอึน (รับบทโดย ซงฮเยคโย)” ที่ถูกรังแกสารพัดจากหัวหน้าแก๊งคนรวยอย่าง “พัคยองจิน (รับบทโดยอิมจียอน) , จอนแจจุน (รับบทโดยพัคซองฮุน) , ชเวฮเยจอง (รับบทโดยชาจูยอง) , อีซารา (รับบทโดย คิมฮีออรา) และ ซนมยองโอ (รับบทโดยคิมกอนอู)” ที่รังแกมุนดงอึนสารพัดขั้นรุนแรงถึงที่สุด ทำให้ดงอึนมีแรงฮึดที่จะกลับมาแก้แค้นและทำให้ยองจินได้รับรู้ว่าวีรกรรมที่เธอได้ก่อมาในอดีตจะย้อนกลับมาทำลายชีวิตอันสุขสบาย ซึ่งดงอึนได้คนช่วยเหลืออย่าง “จูยอจอง (รับบทโดย อีโดฮยอน)” ตัวละครลึกลับที่แอบแฝงไปด้วยบาดแผลทางใจและได้ความช่วยเหลือจากป้าสุดร่าเริง “คังฮยองนัม (รับบทโดย ยอมฮเยรัน)” ที่สร้างสีสันในชีวิตที่มืดมนของดงอึน แถมยังมีตัวละครที่เข้ามาเป็นเหยื่อในการแก้แค้นอย่างสามีของพัคยอนจิน “ฮาโดยอง (รับบทโดยจอวซองอิล)” เรื่องราวจะเป็นยังไงติดตามทาง Netflix

The glory

เนื่องจากสังคมทางเกาหลีใต้มีการกดดันทางการเรียนสูงมาก ไม่เพียงแค่กดดันทางการเรียนเท่านั้นแต่ยังมีการใช้ความรุนแรงภายในโรงเรียนที่มากด้วยเช่นเดียวกัน อาจจะเป็นเพื่อการระบายอารมณ์จากความเครียดหรือเพราะความสนุกสนานรื่นรมย์ ทำให้เรื่องราว The Glory (2022) ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ถูกทำร้ายร่างกาย , การคุกคามทางเพศ หรือรวมไปถึงการทำลายชีวิตของคน ซึ่งทางเรื่องถ่ายทอดแค่ฉากๆนึงของการถูกทำร้ายแต่รู้สึกมีพลังงานสูงมากด้วยการเล่นกับความร้อนและแผลเป็น

The glory

ภายในเรื่องยังถ่ายทอดถึงความเหลี่ยมล้ำทางสังคมที่ทำให้คนที่มีเงินและอิทธิพลมากกว่าอยู่เหนือกฎหมายทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่มีใครที่สามารเอาชนะได้นอกจากก้มตายอมรับชะตากรรมอันน่าเศร้า ทำให้เกิดหลายพฤติกรรมความรุนแรงตามมาไม่ว่าจะเป็นภายในโรงเรียนหรือสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดอย่างครอบครัว

The glory

The Glory (2022) มีจุดที่น่าสนใจคือการแก้แค้นของดงอึนเป็นการวางแผนมาอย่างดี โดยผู้เขียนบทไม่เขียนบทตัวละครดงอึนแบบหลบซ่อน แต่เป็นการที่เผชิญหน้าสู้อย่างซึ่งๆหน้าที่ไม่มีแววตาความกลัวเหมือนช่วงมัธยม วิธีการของดงอึนก็แสนจะเยือกเย็นเชือดนิ่มแต่ได้ผลทุกหมัด ไม่ใช่การแก้แค้นบู๊แหลกที่เข้าไปฆ่าแบบโรคจิตเลือดคลั่ง แต่เป็นการใช้จิตวิทยาทางสมองอย่างมาก