รีวิวภาพยนตร์ Tree of Peace (2022) ต้นไม้สันติภาพ

Tree of Peace (2022) ต้นไม้สันติภาพ จาก Netflix หนังอินดี้ทุนต่ำเรื่องนี้ถูกฉายในงานเทศกาลหลายที่เมื่อปี 2021 แต่พึ่งได้ฤกษ์มาลง Netflix เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2022 และก็น่าจะเป็นหนังที่ถูกลืมหายไม่มีคนดู ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ในโลกก็ไม่ติดอันดับใดๆ เลยเช่นกัน แม้แต่สื่อนอกรีวิวก็ยังแทบไม่มี แต่ตัวหนังกวาดมาหลายรางวัล เป็นเรื่องราวของหญิงสาว 4 คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมีความเชื่อและภูมิหลังที่แตกต่างกัน พวกเธอต้องถูกขังและซ่อนตัวระหว่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กับทุตซีในรวันดา และต้องช่วยกันเอาชีวิตรอดไปให้ได้ ดูหนังออนไลน์ Tree of Peace (2022) ต้นไม้สันติภาพ

เรื่องนี้สร้างมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในประเทศรวันดา ที่ซึ่ง 85 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในรวันดาเป็นชาวฮูตู แต่เป็นชาวทุตซี ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย ที่เป็นชนชั้นนำปกครองประเทศมาอย่างยาวนานจากการให้สิทธิของคนขาวผู้ล่าอณานิคมในอดีต แล้วแบ่งแยกพวกเขาจากการระบุเผ่าพันธ์บนบัตรประชาชน จนเกิดการแบ่งแยกฝังรากลึกซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์วิปโยคจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งตัวเรื่องจะมีเกริ่นนำเรื่องราวในรวันด้าให้คนดูเข้าใจคร่าวๆ ในตอนเปิดเรื่อง ก่อนที่เรื่องราวจะเข้าสู่ห้องใต้ดินที่เป็นที่ซ่อนของผู้หญิง 4 คนที่แตกต่างกันทั้งความคิด เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ สีผิว ซึ่งเป็นเรื่องราวที่นำมาจากเค้าโครงจริงของผู้ที่รอดตายในเวลาต่อมา และถูกนำมาสร้างโดยทีมงานอเมริกันที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธ์นี้ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งต่างไปจากที่เคยทำหนังมาก่อนอย่าง โฮเต็ลรวันดา ที่หลายคนน่าจะรู้จักเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง

ด้วยความที่เป็นหนังอินดี้ทุนต่ำมากๆ พล็อตเรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นหนังจำกัดสถานที่ไปในตัวเอง เพราะฉากทั้งหมดของเรื่อง 99% อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ยิ่งกว่าคุก ซึ่งยากกว่าหนังที่เขียนบทในที่จำกัดมาโดยตรงซะอีก เพราะนี่คือเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้น ตัวเรื่องจึงไม่สามารถบิดให้มีเหตุการณ์ระทึกเร้าใจอะไรได้มาก ทุกอย่างคือเห็นและได้ยินผ่านห้องแคบๆ นี้เท่านั้น โดยส่วนใหญ่คือบทสนทนาของทั้ง 4 คนล้วนๆ อีกด้วย ซึ่งนี่คือจุดเด่นและจุดขายหลักของเรื่องที่ใช้ตัวละคร 4 คนที่มีสถานะความเชื่อแตกต่างกัน โดยมีทั้งฮูตู ทุตซี สาวอเมริกา ซึ่งทั้งหมดจะถูกฆ่าถ้าขึ้นด้านบน เพียงเพราะพวกเขาเป็นกลางทางการเมืองไม่เลือกฝ่าย แต่ ณ เวลานั้น กลับถูกบีบให้เลือกข้างโดยจับคนปกติยื่นอาวุธให้ฆ่ากันเองพิสูจน์ให้ดู แล้วพวกเธอก็ถูกเรียกว่าหนู แมลงสาบ ที่ต้องถูกกำจัด ทำให้เรื่องนี้เหมือนตัวละครทั้ง 4 ถูกปิดตายในห้องใต้ดินนี้ไปในทันที มีเพียงสามีของหญิงฮูตูในเรื่องที่ยังคอยมาส่งอาหารน้ำให้ แต่ก็เว้นช่วงยาวต่อเนื่องหลายวันจนเกือบร่อแร่อยู่เรื่อยๆ

การบอกเล่าความโหดร้ายของเหตุการณ์รวันด้าผ่านทั้ง 4 คน ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ถูกกัน แม้จะมีชะตากรรมเดียวกัน เรื่องค่อยๆ ทำให้แต่ละคนค่อยๆ เปิดใจ รวมถึงเปิดเผยความลับ ธาตุแท้ทั้งหมด จากการแย่งหรือแอบซ่อนอาหาร ซึ่งไม่มีใครเป็นคนดีสมบูรณ์แบบได้จริง แม้แม่ชีที่สอนศาสนาคริสต์เองก็ยังเป็นขโมยได้ แต่เรื่องก็ทำให้เห็นว่าสุดท้ายการให้อภัยปรับความเข้าใจกันในฐานะมนุษย์ด้วยกันคือสิ่งจำเป็น ซึ่งทำให้เรื่องนี้ค่อยๆ ดำเนินไปแบบละลายพฤติกรรมแย่ๆ ของแต่ละคนออกมา ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ

ถือว่าเรื่องราวมีความน่าสนใจ แต่รวมๆ แล้วก็อาจจะยังไม่เหมาะกับผู้ชมทั่วไปที่เน้นความบันเทิง เพราะเรื่องมีแต่ความโหดร้าย หดหู่ สิ้นหวังตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ส่วนในเรื่องคือผ่านไปกว่าสองเดือนเหตุการณ์นี้ถึงจบลง ถือเป็นหนังอินดี้ที่มีคุณค่าในแง่การบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำและไม่ให้เกิดซ้ำแบบนี้อีกที่ไหนในโลก ในตอนท้ายเรื่องจึงมีการบอกเล่าประวัติศาสตร์หลังจากนั้นที่ทำให้รวันด้าสงบลงได้ด้วยการที่รัฐผลักดันการให้อภัยกับคนเป็นล้านที่กระทำกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่ก็ต้องจบลงด้วยการอยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนบ้านร่วมชุมชนกันต่อไป

บทความอื่นๆ