รีวิวภาพยนตร์ Spiderhead (2022) สไปเดอร์เฮด

Spiderhead (2022) แนวทริลเลอร์ เมื่อนักโทษ 2 คน (ไมลส์ เทลเลอร์และเจอร์นี สมอลเลตต์) สนิทสนมกันมากขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับอดีตสมัยถูกจองจำในเรือนจำสุดล้ำสมัยที่บริหารงานโดยผู้คุมวิสัยทัศน์เฉียบแหลม (คริส เฮมสเวิร์ธ) ซึ่งทดลองยาเปลี่ยนจิตใจกับนักโทษ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องสั้น “Escape From Spiderhead” ของจอร์จ ซอนเดอร์สซึ่งตีพิมพ์ใน The New Yorker และกำกับโดยโจเซฟ โคซินสกี ดูหนังออนไลน์ Spiderhead (2022) สไปเดอร์เฮด

  • ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Spiderhead
  • ประเภท: ดราม่า / ระทึกขวัญ
  • ผู้กำกับ: โจเซฟ โคซินสกี้
  • นำแสดงโดย: ไมล์ส เทลเลอร์, คริส เฮมสเวิร์ธ, เจอร์นี สมอลเล็ตต์-เบลล์
  • ความยาว: 106 นาที

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในเรือนจำสุดล้ำสมัยที่บริหารงานโดย สตีฟ แอ็บเนสตี ผู้มีวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลม ผู้ต้องขังจะต้องสวมอุปกรณ์ศัลยกรรมติดอยู่กับตัวเพื่อให้สามารถรับยาเปลี่ยนจิตใจได้แลกกับการได้ลดหย่อนโทษ ที่นี่ไม่มีลูกกรง ไม่มีการคุมขัง และไม่มีชุดนักโทษสีส้ม ภายในสไปเดอร์เฮด อาสาสมัครผู้ถูกจองจำมีอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเองเสมอ จนกระทั่งถึงเวลาที่อาจไม่มีอิสระอีกต่อไป บางครั้งก็เป็นตัวเองในแบบที่ดีกว่า อยากผ่อนคลายใช่ไหม ที่นี่มียาช่วยได้ พูดไม่ออกเหรอ มียาที่ช่วยได้ด้วยเหมือนกัน แต่เมื่อ 2 นักโทษ เจฟฟ์ และ ลิซซี่ สร้างสายสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมากขึ้น เส้นทางสู่การไถ่โทษจึงกลับพลิกผันยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่การทดลองของแอ็บเนสตีก็เริ่มไปไกลเกินขอบเขตของเจตจำนงเสรี

อารมณ์ทริลเลอร์ระทึกๆ ในเรื่องก็แทบไม่มีให้เห็นเท่าไหร่ ทุกฉากที่ออกมาเป็นฉากเน้นบทสนทนาไปเรื่อยๆ ฉากในเรื่องนี้ก็ซ้ำๆ มีแค่ฉากห้องทดลองซะ 80% ของเรื่อง นอกนั้นก็เป็นสถานที่นอกห้องนิดหน่อยที่เหล่านักโทษทำกิจกรรมต่างๆ ตอนจบมีออกไปด้านนอกไม่ถึง 5 นาทีก็จบเรื่อง มีหลุดมาเป็นฉากทริลเลอร์ก็แทบไม่ถึง 1% ของเรื่อง ทั้งๆ ที่ตัวเนื้อเรื่องมันก็มีจุดชวนให้ระทึกได้อยู่ จากความสงสัยว่าการทดลองนี้จริงๆ แล้วมันคืออะไร ยาพวกนี้มีขอบเขตอันตรายแค่ไหน แต่ด้วยความที่เรื่องเล่าแบบล่องลอยไปเรื่อยๆ ให้โดยค่อยๆ ให้เห็นว่าอดีตของตัวเอกไมล์ที่ดูเป็นคนดีในปัจจุบัน แต่มีโทษร้ายแรงในอดีตจากอะไร ซึ่งพอเฉลยมาก็ไม่ได้เซอไพรส์อะไรเลยสักนิด ตัวยาที่ดูจะมีโทษร้ายแรงก็ไม่ได้เน้นอะไรมาก แต่ไปโฟกัสว่าตัวเอกสตีฟที่พี่คริสเล่นเป็นตัวร้ายที่แอบทดลองผิดจรรยาบรรณกับนักโทษมากกว่าผลร้ายแรงจากยา ซึ่งรวมๆ แล้วเรื่องแทบจะเบาหวิว ไม่ได้มีฉากระทึกขวัญหรือรุนแรงอะไรเลยทั้งสิ้น

สิ่งที่ดีในเรื่องนี้ก็คงมีแค่พี่คริสที่มารับบทเป็นตัวร้ายบ้าง แล้วก็เป็นตัวร้ายที่มีหลายอารมณ์เหลือเกิน ทั้งบทที่ดูชิลๆ ไม่ร้าย แล้วก็พลิกมาร้ายแบบหน้าตายก่อนตัดสลับมาขายขำเพิ่มไปอีก ซึ่งก็เหมือนเขาจะพยายามวางตัวเองให้กลายเป็นนักแสดงในบทติดตลกนิดๆ อารมณ์ดีต่อเนื่องจาก Thor ไปโดยปริยาย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะคริสเองก็แสดงตลกแนวนี้ให้ผู้ชมได้หัวเราะได้จริงๆ ถือเป็นหนังทุนต่ำขายพี่คริสเต็มตัว รวมๆ พอหยวนๆ ดูได้ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะจืดชืดไปสักหน่อย แต่ถ้าไม่ได้สนใจดูพี่คริสก็ข้ามผ่านไปเลย เพราะที่เหลือในเรื่องแทบไม่มีอะไรที่น่าสนใจแปลกใหม่แม้แต่น้อย

บทความอื่นๆ