รีวิวภาพยนตร์ Drive My Car (2021) สุดทางรัก

Drive My Car (2021) สุดทางรัก หนังที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2022 จากประเทศญี่ปุ่น และยังคว้ารางวัลจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2021 มาได้ด้วย “เรียวสึเกะ ฮามะกูชิ” คือผู้กำกับที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ ทั้งกำกับและเขียนบทหนังเอง เขาคือนักทำหนังที่มีลายเส้นและฝีมือในการเป็น Storyteller ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น เห็นได้จากผลงานก่อนหน้านี้ของเขา ที่ล้วนแต่เป็นหนังที่จัดการกับความรู้สึกและความคิดของตัวละครหลักๆ ได้เป็นอย่างดี และเขาก็ยังหยิบเอาแนวถนัดของเขามาใส่เอาไว้ใน Drive My Car หนังดราม่าที่เลือกใช้วิธีการเล่าเรื่องด้วยการขับเคลื่อนของยานยนต์เป็นตัวแทน ดูหนังออนไลน์ Drive My Car (2021) สุดทางรัก

เรื่องราวของ ยูซูเกะ ฮาฟูกุ นักแสดงและผู้กำกับละครเวทีหนุ่มใหญ่ ที่มีชีวิตแต่งงานแสนสุขกับ โอโตะ นักเขียนบทสาว แต่แล้ววันหนึ่งโอโตะได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ทิ้งไว้เพียงความลับและบาดแผล 2 ปีต่อมา ฮาฟูกุยังคงไม่สามารถเยียวยาจิตใจออกจากความสูญเสียได้ ตัดสินใจรับข้อเสนอไปกำกับละครเรื่องหนึ่งในเทศกาลที่ฮิโรชิมา และขับรถออกเดินทางไปตามลำพัง ณ ที่นั่นเขาได้พบ มิซากิ หญิงสาวเงียบขรึมผู้ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาเป็นคนขับรถให้กับเขา ทั้งคู่ที่แตกต่างกันในทุกๆ ด้าน จำต้องใช้เวลาร่วมกันบนรถสีแดงคันเล็กๆ ท่ามกลางความอึดอัดตลอดเส้นทางเป็นชั่วโมงจากที่ทำงานถึงที่พัก โดยหารู้ไม่ว่ามันจะกลายเป็นทั้งสถานที่เผยความลับและเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ภาพรวม Drive My Car เป็นหนังดราม่าจัดๆ ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ กินเวลาเกือบๆ 3 ชั่วโมงเต็มเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าหนังจะค่อนข้างยาวมาก ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ดูหนังที่ค่อนข้างคุ้มค่าตัวไม่เบา เพราะนี่เป็น 3 ชั่วโมงที่คนดูได้ถลำลึกและซึมซับเข้าถึงตัวเลขได้อย่างเป็นไปตามลำดับขั้นตอน เสมือนการได้เปิดใจทำความรู้จักคนใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตตัวเองอะไรทำนองนั้น

หนังเรื่องนี้พัฒนาดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ “ฮารุกิ มูระกามิ” ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถขยายออกมาได้เป็นเรื่องยาวและยิ่งใหญ่เพียงดี และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Drive My Car เป็นหนังที่มีองค์ประกอบต่างๆ ทั้ง Pacing และ Segment ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว และหนังก็ยังนับว่าเป็นหนังที่มีบทภาพยนตร์เข้าขั้นยอดเยี่ยมใช้ได้ที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลยก็ว่าได้

โดยสรุปแล้ว ก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรที่ Drive My Car จะได้เป็นตัวแทนส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์จากประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ เพราะหลายๆ องค์ประกอบเหมาะสมเป็นอย่างดี และคงจะบอกได้เลยว่านี่เป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดในรอบปีนี้เท่าที่ดูหนังหลายๆ เรื่องมา บทหนังที่กัดกินใจและเข้าถึงในหลายๆ ส่วนที่ส่งเสริมตัวหนังได้เป็นอย่างดี ได้ทำให้หนังเข้าใกล้ความสมูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ นี่จึงเป็นหนังความยาม 3 ชั่วโมงที่อาจจะดูยาวนาน แต่เต็มไปด้วยอนุภาพพลังที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน

บทความอื่นๆ