รีวิวภาพยนตร์ไทย 4 KINGS (2021) อาชีวะ ยุค 90’s

4 kings อาชีวะ ยุค 90’s ภาพยนตร์ไทยน้ำดีที่ตีแผ่สะท้อนปัญหาของสังคมไทยอีกเรื่องหนึ่ง โดยเหล่าผู้สร้างได้มุ่งหวังให้เป็นอุทาหรณ์สะท้อนปัญหาสังคม และความจริงอีกมุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาสายอาชีพในยุคอดีตที่ผ่านมา โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวชีวิตของเด็กอาชีวะในยุค 90 กลุ่มหนึ่ง แบบตีแผ่บทเรียนชีวิตที่พวกเขาได้พบเจอ พร้อมนำเสนอตัวอย่างบทเรียนชีวิตที่ก้าวผิดเหล่านั้น ดูหนังออนไลน์ 4 KINGS (2021) อาชีวะ ยุค 90’s

ชื่อเรื่อง 4Kings อาชีวะยุค 90
ประเภท แอคชั่น / ดราม่า / อาชญากรรม
นำแสดงโดย อารักษ์ อมรศุภศิริ, ณัฏฐ์ กิจจริต, อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี, ภูมิ รังษีธนานนท์
กำกับโดย พุฒิพงษ์ นาคทอง

เรื่องราวจะเล่าผ่านสายตาฝั่ง อินทรอาชีวะ เป็นหลัก โดยเจาะไปที่คู่ปรับตัวฉกาจอย่าง เทคโนโลยีประชาชล ที่มีตัวละครนำอย่าง มด ชล หัวโจกของกลุ่ม รับบทโดย โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ และ โอ๋ ชล ที่เป็นเหมือนมือขวารับบทโดย นัท ณัฏฐ์ กิจจริต และจะยังมีอีก 2 สถาบันสุดแสบอย่าง กนกอาชีวะ และช่างกลบุรณพนธ์ เป็นตัวสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ โดยเล่าผ่านตัวนำอย่าง บ่าง กนก ที่รับบทโดย แหลม สมพล รุ่งพาณิชย์ หรือ แหลม 25Hours และ เอก บู รับบทโดย ทู สิราษฎร์ อินทรโชติ ซึ่งหนังฉลาดในการค่อย ๆ พาจากกลุ่มอินทรไปรู้จักกลุ่มอื่น ผ่านตัวละครของบิลลี่ที่มีเหตุให้ต้องเข้าไปร่วมหัวจมท้ายกับ โอ๋ ชล และ เอก บู ในช่วงเวลาหนึ่ง

และยังฉลาดในการใส่ตัวละครตัวป่วนที่เข้าไปปั่นสถานการณ์ให้วุ่นวายหนักข้อโดยไม่เลือกหน้าอย่างกลุ่มเด็กเจ้าถิ่นที่เรียกว่าเด็กบ้านที่นำแก๊งโดย ยาท เด็กบ้าน รับบทโดย บิ๊ก อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล หรือ D Gerrard และเมื่อหนังแนะนำตัวละครสำคัญ ๆ ได้ครบ ทั้งยังให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่บ้างเป็นศัตรูอยู่ร่วมโลกไม่ได้ บ้างเป็นศัตรูที่ยอมรับให้เกียรติกัน บ้างก็เป็นมิตรที่อยู่คนละขั้วและต้องเลือกอยู่เสมอว่าระหว่างสถาบันกับเพื่อนน้ำหนักสิ่งไหนสูงกว่ากัน ซึ่งทำให้เนื้อหามันมีมิติความซับซ้อนที่ดีพอจะทำให้เกิดสถานการณ์ชวนเอาใจช่วยตัวละครมากมาย

และที่ชอบมากอีกประการคือการสร้างบทสนทนา หนังเรื่องนี้มีบทสนทนาที่ดีมาก ๆ เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้งของตัวละครที่คมคายมาก ๆ ไม่ใช่เพียงระหว่างศัตรู แต่ระหว่างลูกกับพ่อแม่ เพื่อนกับเพื่อน ครูกับศิษย์ คนรักกับคนรัก และแม้ตัวเรื่องมันจะเป็นอะไรที่ดราม่าเชย ๆ แบบที่เราเห็นในหนังสะท้อนสังคมแทบทุกเรื่อง ทว่าบทสนทนาในเรื่องกลับทำให้มันแตกต่างและน่าจดจำอย่างไม่น่าเชื่อ

สรุปแล้วถือเป็นภาพยนตร์น้ำดีที่ตีแผ่สะท้อนปัญหาของสังคมไทยอีกเรื่องหนึ่ง โดยเหล่าผู้สร้างได้มุ่งหวังให้เป็นอุทาหรณ์สะท้อนปัญหาสังคม และความจริงอีกมุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาสายอาชีพในยุคอดีตที่ผ่านมา โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวชีวิตของเด็กอาชีวะในยุค 90 กลุ่มหนึ่ง แบบตีแผ่บทเรียนชีวิตที่พวกเขาได้พบเจอ พร้อมนำเสนอตัวอย่างบทเรียนชีวิตที่ก้าวผิดเหล่านั้น

บทความอื่นๆ